...(ไร้สาระ)

posted on 13 Oct 2010 16:58 by shtxxzz
ไม่ได้อัพนาน วันนี้ขอมาไร้สาระเล่าเรื่องเกรียนๆให้อ่านละกันนะครับ
พอดีว่าช่วงนี้เป็นช่วงสอบ แล้ววันก่อนผมก็ไปนั่งอ่านหนังสือกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ที่อาคารแห่งหนึ่งในคณะแห่งหนึ่ง
แล้วผมก็เจอกับสาวสวยคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่กับเพื่อน ผมก็เลยบอกเพื่อนข้างๆที่เป็นกระเทย(แต่โคตรหล่อ)ว่า
 
ผม : เห้ยมึง มึงว่าสาวนั่นน่ารักปะ Wink
 
เพื่อน : ชอบเหรอ เดี๋ยวไปขอเบอร์ให้
 
นั่งสักพัก พอมันไปขอเบอร์ แล้วเดินกลับมา ผมก็ถามเพื่อนผมไปว่าเป็นไงบ้าง
 
เพื่อน :  พี่คนนั้นชื่อ พี่..... (ขอเซ็นเซอร์ละกัน)
 
ผม : แล้วเบอร์หละ
 
เพื่อน : พี่เค้าบอกว่า พี่อะ มีผัว 10 ลูก 3 กลับไปถามเพื่อนน้องใหม่ว่ายังจะเอาเบอร์อีกมั๊ย
 
ผม : !@#$% Foot in mouthFoot in mouth

ในที่สุด ก็สอบมิดเทอมเสร็จสักที...

วันนี้วันสุดท้ายของการสอบของผม ก็เจอพวกเด็กหัวเกรียนกะพวกติ่งหูสอบ GAT-PAT  เห็นคนสอบกันเยอะ วันนี้ผมเลยจะมาเสนอทริคเล็กๆน้อยๆสำหรับการเตรียมตัวก่อนเข้าห้องสอบ แน่นอนว่าผมจะไม่พูดถึงการอ่านหนังสือที่ทุกคนต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งทริคเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ เป็นวิธีที่ผมทำก่อนเข้าห้องสอบ โดยการเตรียมตัว มีวิธีการดังนี้ 

 

 
1.  กินอาหารมื้อใหญ่ตรงตามเวลา
 
แน่นอนว่าทุกคนคงรับประทานอาหารมื้อเที่ยง แต่บางคนอาจจะพลาดมื้อกลางวัน สำหรับคนที่สอบตอนเช้า ซึ่งผมแนะนำว่า อย่าตื่นสาย และให้รับประทานอาหารมือเช้าก่อนไปสอบ โดยอาหารที่คุณกิน ควรจะเป็นอาหารมื้อใหญ่ ที่ถูกสุขลักษณะ เพราะอาหารที่คุณรับประทานไปนั้น จะช่วยปรับให้น้ำตาลในเลือดคงที่ หากคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่เหมาะสม รางกายจะปรับสมดุลโดยการหลั่งสารอะดรินาลีน ซึ่งอาจจะทำให้คุณเกิดวิตกกังวล ประหม่า บลาๆๆ เพราะงั้น หากคุณทานอาหารอย่างเหมาะสม ก่อนเข้าห้องสอบ คุณจะมีจิตใจสงบนิ่ง เยือกเย็น และจะไม่รู้สึกสมองตื้อจนคิดอะไรไม่ออก

 

 

 2.  นอนหลับให้เพียงพอ
 
การนอนให้เพียงพอ จะทำให้เมื่อคุณตื่นมา รู้สึกสดชื่น แจ่มใส และทำให้สมองคุณสามรถทำงานได้เต็มที่ ซึ่งการนอนของคุณนั้น ไม่ใช่การนอนให้เพียงพอเท่านั้น แต่ต้องนอนให้ตรงเวลาตามนาฬิกาชีวิตด้วย เพราะงั้น การอ่านหนังสือจนเช้า จึงเป็นสิ่งที่ผมไม่แนะนำให้ทำ แต่ให้อ่านตั้งแต่ตอนกลางวันแทน  

 

 

3. ออกกำลังกายเป็นประจำ
 
นอกจากการออกกำลังกาย จะมีประโยชน์ต่อรางกายแล้ว มันยังมีประโยชน์ต่อสมองอีก ซึ่งมีประโยชน์มากมาย และมากเกินกว่าจะบรรยาย เพราะงั้น ถ้าคุณอยากรู้ว่ามีดีอย่างไร ก็ให้ไปศึกษาเอาเองนะ ฮิฮิ เอาเป็นว่า การออกกำลังกาย ดีต่อสมองคุณแน่นอน 

 

 

4. หัดตั้งคำถามตลอดเวลา
 
การตั้งคำถาม จะทำให้คุณเกิดกระบวนการคิด ซึ่งจะทำให้คุณสามารถพัฒนาทักษะการคิดทำให้คุณสามารถคิดได้ ดีและไวขึ้น

 

 

5. ทำสมาธิก่อนเข้าห้องสอบ
 
แน่นอน ในบางครั้ง การสอบอาจทำให้คุณตื่นเต้น จิตใจไม่อยู่นิ่ง คุณควรจะทำสมาธิก่อนเข้่าห้องสอบ จะทำให้เวลาเข้าห้องสอบ การมีสมาธิ จะทำให้คุณไม่ลนลานจนอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด และอาจทำให้คุณเกิดไอเดียดีๆขณะทำข้อสอบ

 

 

6. วอร์มอัพ ก่อนเข้าห้องสอบ
 
การวอร์มอัพในที่นี้ หมายถึงการลองทำโจทย์สักข้อ-สองข้อ เพื่อให้คุณชินกับการใช้ความคิด และการคำนวณต่างๆ

 

 

7. สร้างความฮึกเหิม
การที่คนเรามีความมั่นใจ จะทำให้เราทำผลงานต่างๆได้ดีขึ้น แน่นอนว่าการสร้างความฮึกเหิม หรือการสร้างความมั่นใจก่อนเข้าห้องสอบของแต่ละคนก็คงจะไม่เหมือนกัน อย่างบางคนก็กินแบรนด์(บางครั้งผมก็ทำ) ก็แล้วแต่ว่าคุณจะสร้างความฮึกเหิมยังไง แต่ยังไงก็ตาม การทำข้อสอบควรมีความรอบคอบ หากคุณมั่นใจจนเกินไป ในบางครั้งอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ (เพิ่งพลาดมา วันนี้ เพราะมั่นใจเกินอ่านคำถามไม่หมด =.=)

 

 

ทั้งหมดนี้ ก็เป็นทริคที่ผมใช้ก่อนเข้าสอบ และมันก็ได้ผลดีกับผม คุณอาจจะลองเอาไปใช้ได้ และได้ผลยังไงก็คอมเม้นบอกกันได้ และถ้าใครมีเทคนิคดีๆ ก็เอามาแบ่งปันกันบ้างนะครับ ฮิฮิ 

edit @ 7 Aug 2010 19:46:49 by ohsh!txx

สวัสดีครับ วันนี้สิ่งที่ผมจะเขียน ต้องขอบอกไว้ก่อนเลย ว่านี่ไม่ใช่บทความ เพราะงั้น หลักการเขียนของผมในบางครั้งอาจจะผิดและดูเป็นภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน และเรื่องที่ผมจะเขียนนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการติว ซึ่งการติวในที่นี้ ไม่ใช่เพียงการกวดวิชา แต่จะรวมถึงการติวตัวต่อตัว เพื่อนติวให้เพื่อน พี่ติวให้น้อง บลาๆๆ

 

ขอพูดเกี่ยวกับประเด็นแรกก่อน คือศูนย์ติว ทุกวันนี้ หลายคนคงจะเคยได้ยิน และอาจจะเคยเข้าเรียนการกวดวิชาต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นที่นิยมอย่างมาก ในศูนย์กวดวิชาหลายแห่ง มักจะมีการ เก็งข้อสอบ ของแต่ละปี เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบแอดมิดชั่น หรือเอ็นทรานส์ หรืออะไรก็แล้วแต่ มันเป็นการทำร้ายตัวคุณเป็นอย่างมาก เพราะการที่คุณเก็งข้อสอบ คือการที่คุณท่องจำข้อสอบ ท่องจำรูปแบบของคำถาม เพื่อเอาไปใช้ตอบคำถามในห้องสอบ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาในรูปแบบของคะแนนนั้น มันไม่ได้บ่งบอกถึงความเข้าใจของคุณเลย มันเพียงบอกว่าคุณท่องจำได้ดีแค่ไหน ซึ่งจะตรงกับคำพูดประชดประชันของบุคคลท่านนึงที่กล่าวไว้ว่า

 

 

ความจำสำคัญกว่าความรู้!?!

 

ความรู้ควรจะมาจากความเข้าใจมากกว่าการท่องจำ เพราะการที่คุณเข้าในในสิ่งต่างๆ มันจะทำให้คุณจำได้นานกว่า แต่ก็ใช่ว่าศูนย์ติวทุกที่จะเก็งข้อสอบ เราอาจยังหาส่วนที่ดีของศูนย์ติวได้อยู่ ซึ่งผมไม่ขอพูดถึงละกันนะ  ฮิฮิ

 

ประเด็นที่สองที่ผมจะพูดถึงคือ การติวในรูปแบบของ เพื่อนติวให้เพื่อน พี่ติวให้น้อง หรือติวตัวต่อตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย แต่มันเกิดขึ้นแล้วกับมหาวิยาลัยของผม จากโครงการพี่สอนน้อง

 

แล้วมันไม่ดีตรงไหน การที่คนเก่งจะมาติวคนที่ไม่มีความรู้ ? ผมอยากจะให้คุณมองว่าการที่เราเรียนในระดับมหาวิทยาลัย มันสมควรแล้วหรือ ที่เราจะพึ่งคนอื่นจากการติว แทนที่เราจนขวนขวายหาความรู้ด้วยตนเอง(จากห้องสมุดหรืออินเทอร์เน็ต) และอยากให้มองว่า คนที่ไม่เก่งไม่ควรจะดึกคนที่เก่งลงมา(ให้คนเก่งช่วยติว) แต่ควรจะดึงตัวเองให้เก่งตามคนอื่นมากกว่า 

 

ผมก็เป็นคนนึงที่เคยเข้าเรียนในศูนย์กวดวิชาบางแห่งที่เน้นการเก็งข้อสอบ ผมเองก็เป็นคนนึงที่ไม่เคยคำนึงถึงความสำคัญในการเข้าใจเพื่อทำข้อสอบ ผมเองก็เป็นคนนึงที่เคยท่องข้อสอบเก่ง เพื่อนำไปสอบ ความผิดพลาดเหล่านี้ทำให้ผมไม่สามารถนำความรู้วิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของผมได้เท่าที่ควร แต่สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ผมโตขึ้น ผมเรียนรู้และเข้าใจแล้วว่าการเรียนรุ้ด้วยความเข้าใจมีผลดีกว่าการท่องจำ